ข้อมูลความรู้เรื่องสมุนไพรของไทย |
|
กวาวเครือ
( Pueraria mirifica Airy Shaw
et Suvatab ) |
|
|
| |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ |
Pueraria
mirifica Airy Shaw et
Suvatab |
ลักษณะ |
เป็นพืชตระกูลถั่ว
(วงศ์ Leguminosae) ขึ้นในป่าเบญจพรรณ |
|
บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล
250-800 เมตร ในป่าสูงทางภาคเหนือ
ภาคตะวันตก |
|
และภาคตะวันออกเฉียงเหนือในไทย
เป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันต้นไม้ใหญ่
เป็นไม้ผลัดใบ |
|
ขนาดกลาง เถายาวประมาณ
5 เมตร ลำต้นเกลี้ยง เปลือกนอกของลำต้นมีสีน้ำตาลเข้ม |
|
และค่อนข้างแข็ง
มีหัวใต้ดินขนาดใหญ่ทำหน้าที่สะสมอาหาร |
สรรพคุณ |
เป็นยาอายุวัฒนะ สำหรับผู้สูงอายุใช้ได้ทั้งหญิงและชาย
กลับเต่งตึงมีน้ำมีนวล |
| |
ช่วยเสริมอก กระตุ้นเต้านมขยายตัว
โดยเฉพาะกวาวเครือขาว |
| |
ช่วยให้เส้นผมที่หงอกกลับดำ
และเพิ่มปริมาณเส้นผม แก้โรคตาฟาง
ต้อกระจก |
| |
ทำให้ความจำดี ทำให้มีพลัง
การเคลื่อนไหวการเดินเหินจะคล่องแคล่ว
ช่วยบำรุงโลหิต |
| |
ช่วยให้รับประทานอาหารมีรสชาติอร่อย
|
| |
|
|
ไพล
( ไพล
/ ปูเลย / ว่านไฟ / มิ้นสะล่าง
) |
|
|
| |
|
ชื่อเรียก |
ไพล
/ ปูเลย / ว่านไฟ / มิ้นสะล่าง |
ลักษณะ |
ไพลมีชื่อท้องถิ่นต่าง
ๆ กันไป เช่น ภาคเหนือเรียก
"ปูเลย" ภาคกลางเรียก
"ไพล" |
|
หรือ
"ว่านไฟ" แม่ฮ่องสอนเรียก
"มิ้นสะล่าง"
ไพลเป็นไม้ลงหัว มีเหง้าขนาดใหญ่
|
|
อยู่ใต้ดิน
เนื้อในเหง้าสีเหลือง มีกลิ่นเฉพาะตัว
บางคนว่าหอม บางคนว่าเหม็น |
|
ใบเรียวยาว ปลายใบ แหลม
ดอกเป็นช่อ ลักษณะเป็นแท่งกลมยาวปลายแหลม
|
|
แหลมออกจาก
เหง้าใต้ดินกระจายพันธุ์โดยการใช้เหง้า
|
|
ชอบดินเหนียวปนทราย
แสงแดดพอควร มีความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ |
สรรพคุณ |
เป็นยาลดการอักเสบ
แก้เคล็ด ขัดยอก แก้ปวดสามารถรักษาอาการ
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ |
| |
ปวดข้อ
และอาการเคล็ดขัดยอกได้
เป็นยากันยุง โดยใช้น้ำมันไพล
|
| |
ซึ่งจะต่างกับน้ำมันหอมระเหยอื่น
ๆ หรือใช้ผงเหง้าไพลแช่ใน |
| |
แอลกอฮอล์
95 % 12-48 ชั่วโมง กรองแล้วนำไปทำให้
เข้มข้นประมาณ 30 % |
| |
ทาตามแขนขา ป้องกันยุงกัดได้นานถึง
1 ชั่วโมงครึ่ง หรือใช้ขี้ผึ้งไพล
|
| |
ความเข้มข้น 30 % จะป้องกันยุงกัดได้นานถึง
3 ชั่วโมง |
| |
(ทดลองกับยุงลายและยุงรำคาญ)
เป็นยาทาแผลพุพอง หนองฝ
|
| |
ี
หรือโรคผิวหนังบางชนิดได้
เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านจุลชีพได้
หลายชนิด เช่น |
| |
ต้านเชื้อแบคทีเรียที่
ทำให้เกิดหนองฝี ต้านเชื้อราบางชนิด
ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังได้
|
| |
|
|
ว่านหางจระเข้
( ว่านไฟไหม้ (ภาคเหนือ) หางตะเข้
(ภาคกลาง) )
|
|
|
| |
|
ชื่อเรียก |
ว่านไฟไหม้
(ภาคเหนือ) หางตะเข้ (ภาคกลาง) |
ลักษณะ |
เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี
ข้อและปล้องสั้น ใบเดี่ยวเรียงรอบต้นอวบน้ำมาก |
|
สีเขียวอ่อนหรือเขียวเข้ม
ภายในมีวุ้นใส ซึ่งใช้เป็นยาได้
ใต้ผิวสีเขียวม |
|
ีน้ำยางสีเหลือง
ซึ่งใช้ทำเป็นยาดำมีฤทธิ์ขับถ่ายจัดอยู่ในกลุ่มตะบองเพชรเขตร้อน |
|
เป็นพืชที่ชาวบ้านได้นำมารักษา
เกี่ยวกับบาดแผลต่าง ๆ
มาเป็นเวลานานเป็นพันปี
เช่น |
|
แผลจากไฟไหม้ |
สรรพคุณ |
ลบรอยแผลเป็น
เช่น แผลจากไฟไหม้, น้ำร้อนลวก,แผลจากกำมันตภาพรังสี, |
| |
แผลเรื้อรังต่าง ๆ บาดแผลจากความเย็นของหิมะ
วุ้นหรือน้ำเมือกของว่านหางจระเข |
| |
้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกและเรื้อรังและแผลในกระเพาะอาหารได้ด
|
| |
ีเพราะวุ้นในใบมีสรรพคุณรักษาแผล
ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย
ช่วยสมานแผลได้ด้วย |
| |
หนุ่มสาวที่มีสิวบนใบหน้าสามารถใช้วุ้น
จากว่านหางจระเข้ทาแก้สิว |
| |
ได้
แต่ต้องระวังล้างน้ำยางสีเหลืองออกด้วยเพราะอาจจะแพ้ได้ |
| |
ว่านหางจระเข้มีวางจำหน่ายในรูปของเจล
ซึ่งต้องผ่านกรรมวิธีผลิตแบบ |
| |
ปราศจากเชื้อ
มีลักษณะใส น่าใช้ เหมาะสำหรับติดไว้ในตู้ยาประจำบ้าน |
| |
เมื่อเกิดอุบัติเหตุน้ำร้อนลวก
น้ำมันร้อน ๆ กระเด็นถูกผิวหนังหรือถูกเตารีดร้อน
ๆ |
| |
จะได้หยิบใช้ได้ทันที เวลาทารู้สึกเย็น
ๆไม่แสบร้อน ไม่ปวดมาก
ไม่มีแผลเป็นเกิดขึ้น |
| |
|
|
ขิง
( ZINGIBER OFFICINALE ROSCOE
) |
|
|
| |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ |
ZINGIBER
OFFICINALE ROSCOE |
ลักษณะ |
เป็นอาหารและเครื่องดื่มมาช้านานแล้วนั้น
จริง ๆ แล้วเป็นสมุนไพร
ที่ออกฤทธิ์บำบัดโรค |
|
เป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้น
จึงปลูกได้ทั่วไปใน ภูมิประเทศแถบร้อน
|
สรรพคุณ |
ตำราแพทย์แผนไทย |
| |
-->
รากบริโภคแล้วจะมีอายุยืน,
เสียงหวาน, ทำให้อยากอาหาร,
ลดอาการท้องอืด, |
| |
ท้องเฟ้อ, บรรเทาอาการนอนไม่หลับ,แก้ความผิดปกติของธาตุทั้งสี |
| |
(ดิน น้ำ ลม ไฟ) เป็นต้น
|
| |
-->
ลำต้นเองก็มีประโยชน์ ในการบรรเทาอาการปวดท้อง,ปัสสาวะขัด,
แก้ท้องอืด, ท้องเสีย |
| |
ส่วนใบใช้บรรเทาไข้ ปัสสาวะขัด
หรือบรรเทาอาการท้องอืดได้
|
| |
การออกฤทธิ์ทางเภสัชสิทยาเท่าที่วิจัยพบแล้วมีอาทิเช่น |
| |
1.ลดระดับไขมันโคเลสเตอรอลโดยการลดดูดซึมโคเลสเตอรอล |
| |
จากอาหารในลำไส้
แล้วปล่อยให้ร่างกายกำจัดออกทางอุจจาระ |
| |
2.
ช่วยลดความอยากของคนติดยาเสพติดได้ |
| |
3.
มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง
เช่น ช่วยระงับการชัก |
| |
ในสัตว์ทดลอง,
เสริมฤทธิ์ของยานอนหลับ
|
| |
กลุ่ม
BARBITURATE บรรเทาปวดลดไข้,
ลดอาการเวียนศีรษะ |
| |
4.
ออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย
ป้องกันฟันผุ |
| |
5.
บรรเทาอาการไอ ป้องกันและบำบัดอาการปวดศีรษะจากไมเกรน |
| |
6.
ลดการหลั่งกรดของกระเพาะอาหาร |
|
ใบบัวบก
(Centella aslatica
(Linn.) Urban) |
|
|
| |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ |
บัวบก
(Centella aslatica (Linn.)
Urban) |
ลักษณะ |
เป็นไม้เลื้อยตามพื้นดิน
ใบเป็นรูปไต ขอบใบหยัก
ก้านใบยาว ในตำรายาไทย
|
|
ส่วนที่ใช้เป็นยา
คือ ต้นและใบสดนิยมน้ำมาคั้นเป็นน้ำใบบัวบก |
สรรพคุณ |
เป็นยาแก้ช้ำใน
บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย
เมื่อยล้า คนจีนนิยมน้ำบัวบก
เมื่อพลัดตกหกล้ม |
| |
หรือกระแทก
เพราะเชื่อว่าจะทำให้เลือดกระจายตัวแก้ช้ำในได้
|
| |
สารสำคัญที่สกัดได้จากบัวบก
คือ made cassic acid,
asiatic acid |
| |
,aslaticoside
made cassoside เป็นต้น
ซึ่งมีฤทธิ์ในการสมาน |
| |
แผล
ทำให้แผลหายเร็ว มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง
|
| |
ฆ่าเชื้อรา
และลดการอักเสบ ลบรอยแผลเป็น
และลดการอักเสบได้ |
| |
สารสกัดบัวบกด้วยน้ำ
สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย
|
| |
ที่ทำให้เกิดหนอง
และฆ่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุของกลากได้
|
| |
สารสกัดจากผลแห้ง
สามารถช่วยให้แผลในกระเพาะอาหาร
หายเร็วขึ้น |
| |
|
|
ขมิ้น
(Curcuma longa L) |
|
|
| |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ |
เคอร์คูมา
ลองกา (Curcuma longa L) |
ลักษณะ |
เป็นพืชที่มีลำต้นใต้ดินเช่นเดียวกับขิงและไพล
โดยมากนักจะเรียกส่วน |
|
ที่เป็นลำต้นนี้ว่า เหง้า
ลำต้นส่วนที่เหนือดินมีความสูง
ประมาณ 1 เมตร |
|
ใบมีขนาดยาว
2-3 ฟุต ปลายใบมน ใบมีสีเขียว
ดอกมีสีขาวแกมเหลือง |
|
ขมิ้นมักจะขึ้นรวมกันอยู่เป็นกอๆ
ส่วนเหง้าจะมีเนื้อ สีเหลืองจัด
|
|
ถ้าเจริญในดินปนทรายจะให้เหง้ามากกว่าปลูกในดินธรรมดา
|
|
เจริญได้ดีในฤดูฝน
ใช้เป็นเครื่องแต่งกลิ่น
รสและสีในอาหารหลายชนิด
|
สรรพคุณ |
เช่น แกงกะหรี่ เป็นยาลดกรด
ขับลมแก้ปวดท้อง แก้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ |
| |
ทำให้การบีบตัวของลำไส้ลดลลง
ใช้เป็นยาเจริญอาหาร ขับน้ำเหลือง
|
| |
ใช้รักษารอบเดือนไม่ปกติ
น้ำที่ได้จากขมิ้นนำมารักษาโรคผิวหนัง |
| |
หรือนำมาพอกแก้ปวดตามข้อได้
แก้โรคตา แก้บิดปวดท้อง |
| |
แก้ดีซ่าน แก้ท้องร่วง
นำส่วนเหง้าไปต้มให้สุก
แล้วบดให้ละเอียด |
| |
นำไปทาแก้โรคผิวหนัง
ทาตามซอกอับในร่างกายเพื่อบำบัดกลิ่นที่ |
| |
ไม่พึงปรารถนา
เหง้าขมิ้นกินแก้โรคภายในทั้งปวง
แก้เสมหะ |
| |
ป้องกันและรักษาไข้หวัด
รักษาแผลสดและทำลายพยาธิได้
|
|
แตงกวา |
|
|
| |
|
ลักษณะ |
ลำต้นเป็นเถาเลื้อย
เป็นเหลี่ยม มีขนขึ้นปกคลุมทั่วไป
|
|
มีข้อยาว
10-20 ซม. มือเกาะเกิดออกมาตามข้อการแตกแขนงเป็นหลายเส้น |
|
ใบมีก้านใบยาว 5-15 ซม.
ใบหยาบมีขนใบมีมุมใบ 3-5
มุม |
|
ปลายใบแหลม ผลของแตงกวามีลักษณะกลมยาวทรงกระบอก
|
|
ความยาวผลระหว่าง
5-40 ซม. มีไส้ภายในผลเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับแตงโม |
|
ฟักทอง บวบ มะระ น้ำเต้า |
สรรพคุณ |
ผลแตงกวามีเส้นใยชนิดอ่อนช่วยในการขับถ่าย
ช่วยลดคอเลสเตอรอล และเนื่องจาก
|
| |
แตงกวาเป็นผักที่มีน้ำมาก
ให้พลังงานต่ำ โดยแตงกวา100
กรัมจะให้พลังงาน |
| |
เพียงแค่ 12 กิโลแคลอรี่
ช่วยดับกระหาย แก้ร้อนใน
ขับปัสสาวะ แก้เจ็บคอหรือ
|
| |
ทอนซิลอักเสบได้
นอกจากนั้นผลแตงกวายังใช้โปะแผลไฟไหม้ |
| |
น้ำร้อนลวก
และช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้ |
|
|
|
เอกสารอ้างอิง |
| 1. |
วิรุฬห์
เหล่าภัทรเกษม และคณะ,
ความสัมฤทธิ์ผลของครีมสมุนไพรไพล
(ไพลจีซาล) |
| |
ในการรักษาข้อเท้าแพลง
ในนักกีฬา, ศรีนครินทร์เวชสาร,
ปีที่ 8 ฉบับที่ 3, 2536.
|
| 2. |
www.elip-online.com
( บทความสมุนไพร) |
| 3. |
นิตยสาร
สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ปีที่
3 ฉบับบที่ 41 ประจำเดือน
เมษายน 2547 |
| 4. |
www.thaimedicinalplant.com
( ข้อมูลสมุนไพร และข้อมูลรูปภาพ) |
|